โมเดลธุรกิจอสังหาแบบใหม่ eXp UK เขย่าวงการนายหน้าเติบโตพุ่ง 56%

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์

ในแวดวงการทำธุรกิจยุคปัจจุบันมีสัจพจน์หนึ่งที่ทุกคนยอมรับคือตัวเลขและข้อมูลไม่เคยหลอกใคร

จากรายงานการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมตลาดพบว่ามีโมเดลธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่น

ในขณะที่ภาพรวมของตลาดอสังหาฯ แบบดั้งเดิมขยายตัวในเกณฑ์เฉลี่ยมาตรฐานแต่เครือข่ายของกลุ่มนายหน้าอิสระกลับทำตัวเลขได้สูงกว่าอย่างน่าทึ่ง

สถิติความสำเร็จที่ปฏิเสธไม่ได้ของโมเดลนายหน้าอิสระ

สถิตินี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคช่วยแต่เป็นผลลัพธ์จากความคล่องตัวของโครงสร้างการบริหารงานที่เอื้อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

และเมื่อเราลองจำกัดวงในการวิเคราะห์ให้แคบลงเฉพาะช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 เดือนล่าสุดตัวเลขยิ่งแสดงความห่างชัดเจนมากขึ้น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ชวนให้เราต้องตั้งคำถามสำคัญว่าอะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดความต่างได้มากขนาดนี้

ทำความเข้าใจโมเดลนายหน้าอิสระและโครงสร้างการทำงานยุคใหม่

โครงสร้างการทำงานของระบบตัวแทนอิสระมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากแนวทางที่บริษัทนายหน้ายุคเก่าเคยปฏิบัติมา

ข้อจำกัดของระบบเก่าคือการขาดอิสระในการตัดสินใจรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องผ่านลำดับขั้นขององค์กรขนาดใหญ่ทำให้สูญเสียโอกาสในหลายครั้ง

นายหน้าในระบบนี้จะได้รับเครื่องมือระดับมืออาชีพการสนับสนุนด้านการตลาดและการดูแลระบบหลังบ้านแต่มีอำนาจเต็มในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าของตนเอง

ลองนึกภาพการใช้บริการระบบ Cloud คลิกเพื่อดูข้อมูล Kitchen ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเตรียมไว้ให้เรียบร้อยมีแบรนด์ที่น่าเชื่อถือรองรับ

ไม่ใช่แค่ปริมาณแต่คุณภาพต้องเหนือกว่า

ความสำเร็จที่แท้จริงคือการที่องค์กรสามารถรักษามาตรฐานการทำงานไว้ได้แม้ว่าจำนวนสมาชิกและปริมาณงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

มาดูกันว่าความเร็วในการปิดดีลของแต่ละโมเดลในตลาดมีความแตกต่างกันอย่างไร

  • ระยะเวลาเฉลี่ยของเครือข่ายนายหน้าอิสระ eXp UK อยู่ที่ 169 วัน
  • ส่วนแบ่งตลาดของระบบเก่าใช้ระยะเวลาในการปิดดีลเฉลี่ยยาวนานถึง 195 วัน
  • สำหรับกลุ่มนายหน้าในระบบออนไลน์ทั่วไปมีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 191 วัน

ในมุมมองด้านการเงินความเร็วในระดับนี้ช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสและเพิ่มสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การตั้งราคาที่ไม่สร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภค

รายงานระบุว่านายหน้าในเครือข่ายนี้สามารถตั้งราคาสูงกว่าระบบประเมินมูลค่าอัตโนมัติหรือ AVM ในเกณฑ์เฉลี่ยเพียง 0.83%

การทำงานที่มีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาในเรื่องราคาช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้กระบวนการเจรจาจบลงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ยืดเยื้อ

การนำแนวคิด Structured Independence ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ

แม้ว่าคุณจะไม่ได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในแวดวงซื้อขายที่ดินหรือที่อยู่อาศัยแต่บทเรียนจากกรณีศึกษานี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม

บทเรียนประการแรกคือระบบโครงสร้างพื้นฐานหรือแพลตฟอร์มที่ดีจะช่วยปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรได้อย่างสูงสุด

บทเรียนประการที่สองคือความเป็นอิสระที่มาพร้อมกับโครงสร้างการสนับสนุนหรือแนวคิดที่เรียกว่า Structured Independence

การรับสมาชิกหรือตัวแทนเพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องเปิดออฟฟิศใหม่หรือซื้อสินทรัพย์ถาวรเพิ่มซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมหาศาล

ทัศนะจากผู้นำองค์กรกับการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ

นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่มีความสามารถในการตัดสินใจก้าวออกจากกรอบการทำงานในระบบเดิม

คำถามสำคัญที่ทิ้งท้ายไว้เตือนใจคนทำงานยุคนี้คือหากคุณรู้ว่ามีระบบที่เพียบพร้อมและช่วยให้คุณสร้างรายได้ได้มากกว่าแล้วทำไมคุณถึงยังรอ

ดังนั้นการนั่งรออยู่ภายในโครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิมที่เทอะทะอาจไม่ใช่คำตอบของการเติบโตในสายอาชีพอีกต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *